• ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

 ตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้ว แต่เคยเรียนเภสัชศาสตร์ สาขาบริบาลเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

  • สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

ปี 1 เรียนวิชาพื้นฐานมัธยมปลาย เหมือนที่คณะอื่นสายวิทยาศาสตร์เรียน มีวิชาคณะที่สอนให้พอรู้การทำงานในวิชาชีพนี้

ปี 2 เรียนวิชาสายวิทยาศาสตร์ที่โหดขึ้นอย่าง Organic chemistry และวิชาสายแพทย์อย่าง Physiology, Anatomy  และ Parasite ส่วนวิชาคณะก็ได้เริ่มทำยาน้ำแล้ว

ปี 3 เรียนวิชาคณะแบบเต็มๆ ทั้ง Pharmacology, Pharmacognosy, Medicinal Chemistry, Analyte และอีกมากมาย (สายผลิตจะเรียนทำยาครีม กับยาเม็ด) ที่ทำให้เรากลายเป็นผีดิบ ไม่ได้เจอแสงตะวัน เพราะเริ่มเรียนตอนพระอาทิตย์พึ่งจะขึ้น กว่าจะเลิกเรียนก็พระอาทิตย์ตกแล้ว แถมเรียนวันจันทร์ - ศุกร์ยังไม่เหนื่อยพอ มีเรียนเพิ่มวันเสาร์ - อาทิตย์ด้วย พ้นปีนี้ไปได้ก็จะผ่านไปครึ่งหนึ่งของคณะนี้แล้วตอนปิดเทอมจะได้ลงไปใช้ชีวิตในชุมชน ทำโครงการเล็กๆ เพื่อชุมชน

ปี 4 เรียนวิชาในสายคลินิกที่เกี่ยวกับโรค และการรักษาแบบเต็มๆ มีเก็บตกวิชาท้ายๆ ของสายอื่นบ้าง ซึ่งปีนี้จะสำคัญที่สุดสำหรับคนที่เรียนสายบริบาลเภสัชกรรม ตอนปิดเทอมได้ฝึกงานร้านยา กับโรงพยาบาลด้วย

ปี 5 เก็บตกวิชาสายคลินิก และเรียนวิชาสายสังคมเพื่อเอาไปใช้ในการทำงานกับคนไข้ ฝึกงานเตรียมยาเคมีบำบัดในโรงพยาบาล (ปัจจุบันไม่มีแล้ว เอาไปฝึกตอนปี 6 หมด) ทำโปรเจคก่อนจบ และกอบโกยเกรดในเทอม 2 เพราะเทอมนี้เรามีวิชาที่เลคเชอร์เหลือแค่ 2 ตัว นอกนั้นเป็นสัมนากับโปรเจค

ปี 6 ตะลอนทัวร์ ฝึกงาน 6 ผลัด ตั้งแต่ภาคเหนือ ยันภาคใต้ มุดภาคตะวันตก โผล่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ฝึกงานทั้งโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ ร้านยา บริษัทยา หรือแม้กระทั่งฝึกงานอยู่มหาวิทยาลัย (สำหรับคนที่เลือกทำ mini project แทนการฝึกงาน 1 ผลัด)

  •  สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ปกติแล้วแล้วงานที่ตรงสายของเภสัชกรจะแบ่งได้ตามนี้ครับ
เภสัชกรโรงพยาบาล งานนี้เป็นงานที่มีเภสัชกร ทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากรุ่นพี่ที่ต้องใช้ทุน แล้วไม่อยากเปลี่ยน ไปทำงานอื่น ซึ่งผมก็เลือกงานนี้เช่นเดียวกัน เพราะผมคิดว่า งานนี้จะทำให้ผม ดูแลคนป่วยได้มากที่สุด สามารถทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับคนป่วยได้มากที่สุด (จะได้หรือไม่ ก็ต้องดูกันต่อไป) โดยงานนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ โรงพยาบาลรัฐบาล กับโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งงานส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน คือดูแล และให้บริการทุกงานที่เกี่ยวข้องกับยา เงินเดือนก็ใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ แต่จะมีบางโรงพยาบาล ที่สังกัดกระทรวงกลาโหม หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ผู้ที่ทำงานได้ติดยศด้วย (เคยคิดจะเข้าไปทำเหมือนกัน แต่ไม่มีช่องทาง)
เภสัชกรชุมชน หรือเภสัชกรร้านยานั่นเอง ซึ่งทุกคนคงจะคุ้นเคยกันดี ผมจึงไม่ขออธิบายเรื่องงาน ซึ่งงานนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเหมือนกันคือ เป็นเจ้าของกิจการเอง หรือ เป็นเภสัชกรประจำร้านให้ร้านยา chain หรือร้านคนอื่น (ลูกจ้างนี่เอง) งานนี้อาจจะต้องใช้ความสามารถด้านการตลาด เข้ามาช่วยด้วย เพื่อให้ร้านยามีผลกำไร แต่ยังไงก็ต้องคำนึงถึง จรรยาบรรณ อยู่ตลอด
งานคุ้มครองผู้บริโภค งานนี้จะออกแนว ผู้รักษากฎหมายครับ เพราะต้องคอยควบคุมดูแล ร้านขายยา บริษัทยา เกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ตั้งแต่ นำยาเข้า จนขายยา ซึ่งเป็นงานของเภสัชกรที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) และงานดูแล ร้านขายยา คลินิก ตลาดสด โรงงานในท้องถิ่น ซึ่งเป็นงานของ เภสัชกร ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และอำเภอ (สสจ. และ สสอ.) งานนี้จะเหมาะกับคนที่ชอบลุยครับ เพราะต้องออกพื้นที่อยู่เรื่อยๆ
เภสัชกรโรงงาน เป็นงานที่ต้องควบคุม ดูแล ตรวจสอบการผลิตยา เป็นงานที่มีลูกน้อง ให้ดูแล ทำให้ ผู้ที่ทำงานด้านนี้ ต้องมีทักษะ การควบคุม ดูแลคนด้วย ซึ่งงานนี้ ก็เป็นงานที่มั่นคงมากงานหนึ่ง แต่อาจจะน่าเบื่อ เพราะไม่ค่อยจะได้เจอคนอื่น นอกจากลูกน้องตัวเอง และงานที่ทำก็ค่อนข้างซ้ำๆ
เภสัชกรบริษัทยา งานจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ งานการตลาด กับงานวิจัย ซึ่งการทำงานจะแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่เรื่องนั้น เพราะงานนี้เป็นงานที่มีรายได้มากกว่างานอื่นๆ เท่าไหร่หรอครับ? ก็ประมาณ 2-3 เท่าของ งานเภสัชกรโรงพยาบาลครับ แต่เราจะให้เงิน มาอยู่เหนือจรรยาบรรณ มันก็ไม่ถูกครับ ผมไม่ได้ว่าบริษัทยาไม่ดีนะครับ เพราะบริษัทยาที่จริยธรรมสูงๆ ก็มีอยู่หลายบริษัท แต่หลายๆ บริษัทยาก็ใช้วิธี spoil หมอมากเกินไป ทำให้การใช้ยาในประเทศไทยสูงขึ้นทุกปี ซึ่งมันกับจุดประสงค์การทำงาน ของพวกผมครับ คือให้ทุกคนได้ใช้ยา ที่มีประสิทธิภาพ และความเหมาะสมครับ เพราะยาที่แพงเกินไป โดยประสิทธิภาพไม่ได้ดีกว่า ยาที่ราคาถูกกว่าตั้งเยอะนี่ มันก็ไม่มีความเหมาะสมแล้วครับ แต่ผมก็ยังอยากทำงานบริษัทยานะครับ แต่เป็นในส่วนของงานวิจัย เพราะไม่ต้องมาเกี่ยวข้อง กับเรื่องการใช้ยาแบบนี้
อาจารย์ หลายคนที่เรียนเก่ง อยากเรียนต่อ มักจะเลือกมาทางนี้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว งานอื่นๆมักต้องการ degree ไม่เกินปริญญาโท ในขณะที่งานอาจารย์ เค้าต้องการถึง ปริญญาเอก ทำให้มีทุนออกมาเรื่อยๆ และ งานนี้เป็นงานที่ช่วยคนป่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะยิ่งอาจารย์ผลิต เภสัชกรดีๆ ออกไปมากเท่าไหร่ คนป่วยก็ยิ่งได้ประโยชน์ จากเภสัชกรที่จบไปเหล่านั้น ถึงแม้ว่างานนี้จะได้เงินเดือนไม่ต่างกับงานอื่นๆ บางทีกลับน้อยกว่าซะด้วยซ้ำ เพราะไม่มีเวรให้ทำ เหมือนงานโรงพยาบาล กับร้านยา แต่อาจารย์ที่ผมเคารพมากที่สุด เคยพูดไว้ว่า ท่านมีความสุข ที่ได้สอน ได้ถามคำถาม ทำให้เราเกิดกระบวนการคิด และแก้ปัญหาได้ ท่านบอกว่าแค่นี้ ท่านก็มีความสุขแล้ว โดยท่านไม่ลืม ที่จะบอกกับเราทุกคนว่า จบไปแล้ว ออกไปดูแลคนไข้ ให้ดูแลให้ดีที่สุด คิดว่าพวกเค้าเป็นเหมือนกับญาติของเรา ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมจำใส่ใจไว้ตลอด สรุปแล้วงานอาจารย์ ผมคิดว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้งานอื่นๆนะครับ
ส่วนคนที่ไม่คิดจะทำงานเลย ก็อาจเรียนต่อ โดยปกติแล้วถ้ายังต่อสายเภสัชอยู่ ก็จะแบ่งออกเป็น สายบริหารกับ สายคลินิก ที่ต้องใช้ในร้านยา กับโรงพยาบาล และสายวิชา ที่ต้องใช้ในงานสอน และงานวิจัย สำหรับอาจารย์ และรุ่นผมก็มี สายคลินิกที่เป็นการฝึกหัด เฉพาะทางเหมือนกับแพทย์ ซึ่งนำไปใช้ในงานบริบาลเภสัชกรรม ในโรงพยาบาล

 

  • อกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

 

ตั้งใจเรียนตั้งแต่ปี 1 ครับ เพราะทุกวิชาที่ได้เรียนสำคัญหมด จำเป็นต้องใช้ในการเรียนวิชาต่อๆ ไปทุกวิชา และต้องเอามาบูรณาการใช้ด้วยกัน ตอนทำงานด้วย (ผมซึ้งแล้วกับข้อนี้ ยังคิดถึงตอนที่ต้องเอาหนังสือปี 2 - 5 มาอ่านใหม่หมด ตอนจะสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเลย)

  • อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

เภสัชเราเรียนเป็นส่วนๆ แต่ตอนทำงานจริง ต้องเอาหลายๆ ส่วนมาประกอบเข้าด้วยกันตามแต่ละงาน ดังนั้นน้องที่เข้ามาเรียนคณะนี้ต้องพยายามคิดแบบองค์รวมให้ได้ แล้วจะทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนการค้นคว้าหาความรู้ก็ควรทำอยู่ตลอด เพราะยาที่ดีเลิศตอนเราเรียน พอเราจบมามันอาจจะถูกถอนไป หรือไม่ก็มีตัวที่ดีกว่ามาแทนแล้วก็ได้

ส่วนการเรียนถึงแม้จะใช้การท่องจำเยอะ แต่คนที่ท่องไม่เก่งก็ทดแทนได้ ด้วยการใช้ความเข้าใจแทนการท่องจำ ซึ่งในระยะยาวให้ผลที่ดีกว่าการท่องจำซะอีก

กติกา: 

1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ 
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

big smile Hot!

#1 By caffeineaddict on 2008-10-02 00:12

อุ๊บ...ขออภัยเป็นอย่างสูง
ใช้เข็มฉีดยาจริงๆค่ะ แต่ไม่ได้ใช้กับคนจริง เหอๆ

#2 By kororo on 2008-10-02 17:16

ขอบคุณมากๆนะค่ะ

พอดีอยากเอ็นเภสัชพอดีด้วย...

แต่ไม่รู้จะทำได้รึป่าวเนี่ยสิ...

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
อ่ะ เจอรุ่นพี่ มน. ใน exteen แล้วสิเนี่ย
big smile

#4 By ~memay~ on 2008-10-18 19:52

Hot! Hot! Hot!

#5 By ✿Novpio✿ on 2008-10-29 10:08

พี่ๆๆฮ๊ะ
แล้วเภสัช นี่ ควรถนัดวิชาอะไรบ้างหรอ ?
พวก วิทย์ คณิต อังกฤษ อะไรแบบนี้อะ
แล้ว เภสัชกร นี่ ต้องอ่านหนังสือเล่มโตๆ แล้วเป็นภาษาอังกฤษรึเปล่าคะ ?
confused smile

#6 By m★nstress ™ on 2008-10-29 19:35

#6
วิชาที่ควรถนัดก็มี เคมี ชีวะ ภาษาอังกฤษ ส่วนคณิตก็ควรถนัดบ้างแต่ไม่ลึกมากเหมือนที่วิศวะใช้

ส่วนหนังสือภาษาอังกฤษหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วครับ ต้องอ่านประกอบการเรียนทุกวิชาอยู่แล้ว

#7 By elixer on 2008-10-30 12:34

โอ้ ขอบคุณมากๆคะ
__/\__ surprised smile

#8 By m★nstress ™ on 2008-10-31 16:42

Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วนึกถึงตอนเรียนเลย confused smile
ผมก็เรียนเภสัชครับ พึ่งปีสองเอง อิอิ

#10 By CoQuE on 2009-01-10 01:45

แค่อ่านแนวการเรียนก็ยากแล้ว
อ่านแล้วท้อเลย
แต่ยังงัยก็ต้องทำให้ได้

#12 By kukkuk (203.172.215.97) on 2009-01-21 09:26

เข้ามาคารวะรุ่นพี่ค่ะ
กำลังจะขึ้นปี1 พอดีสอบติดโควตา
ยังไงก็ขอให้ชี้แนะด้วยนะคะ

#13 By fuifii (203.172.199.250) on 2009-02-24 19:50

พี่ค่ะ
ขอถามอะไรหน่อยค่ะ
คือหนูกำลังจะเลือกภาควิชาน่ะค่ะ
แต่ว่าตั้งแต่เรียนมายังดูตัวเองไม่ออกเลยวาชอบภาคไหน
แต่ต่อนข้างจะชอบไปทาง Phartech นิดหน่อยแต่ถ้าเป็นผู้หญิงเรียนทางด้านโรงงานคงไม่หมาะใช่มั๊ยค่ะ
ก็เลยอยากถามพี่ว่าเลือกเรียนสายไหนแล้วเราได้ใช้งานมากที่สุดแล้วถ้าเรียนทางด้านคลีนิคจะทำงานด้านอื่นได้มั๊ยนอกจากโรงพยาบาล แล้วเรียนคลีนิคหนักมากมั๊ยค่ะ
คือที่มหาลัยหนูภาคคลีนิคเข้ายากมากเลย

#14 By Chollana (117.47.68.75) on 2009-02-25 17:05

น่าสนใจมากคับ

ผมใฝ่ฝันมานานมากแล้ว

ตอนนี้เตรียมEntอยู่คับ

เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคับ

[เด็กเชียงใหม่]
question question question

#15 By FReeHUG (118.174.26.162) on 2009-07-01 18:05